อิสลามในประเทศไทย


            จุฬาราชมนตรี  ตำแหน่งจุฬาราชมนตรีเดิมเป็นตำแหน่งข้าราชการในสำนักราชเลขานุการในพระองค์ เทียบเท่าตำแหน่งหัวหน้ากอง (ตามกฎ ฉบับที่ ๑๔๖ ๑๔๗ ลง ๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ ) พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและถอดถอนตามพระราชอัธยาศัย มีหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม พ.ศ.๒๔๘๘ มาตรา ๓ ซึ่งบัญญัติว่า "ให้จุฬาราชมนตรีมีหน้าที่ปฏิบัติราชการส่วนพระองค์เกี่ยวแก่การที่จะทรงอุปภัมภ์ศาสนอิสลาม ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๔๙๑ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกา พ.ศ.๒๔๙๘ ให้ยกเลิกข้อความในมาตรา ๓ เดิม และให้ใช้ข้อความใหม่แทนคือ มาตรา ๓ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจุฬาราชมนตรี เพื่อให้คำปรึกาแก่กรมศาสนาในกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวแก่ศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม และให้มีเงินอุดหนุนฐานะจุฬาราชมนตรีตามสมควร
            กฎหมายฉบับดังกล่าวในมาตรา ๕ และมาตรา ๖ ยังได้บัญญัติไว้ว่ารัฐบาลอาจจัดให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย มีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ ในกิจการเกี่ยวแก่ศาสนาอิสลาม และให้จุฬราชมนตรี เป็นประธานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย โดยตำแหน่ง
            ตำแหน่งจุฬาราชมนตรี เท่าที่ปรากฎตามหลักฐาน มีดังนี้
                        ๑. พระยาเฉก อะหมัด รัตนเศรษฐี    ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม สมัยอยุธยา
                        ๒. เจ้าพระยาจุฬาราชมนตรี (แก้ว)    ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์  สมัยอยุธยา
                        ๓. พระยาจุฬาราชมนตรี (สน)    ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมโกศ  สมัยอยุธยา
                        ๔. พระยาจุฬาราชมนตรี (ก้อนแก้ว)    ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ  สมัยรัตนโกสินทร์
                        ๕. พระยาจุฬาราชมนตรี (สอน)    ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
                        ๖. นายแช่ม  พรหมยงค์    ระหว่าง พ.ศ.๒๔๘๘ - ๒๔๙๐
                        ๗. นายต่วน  สุวรรณศาสตร์    ะหว่าง พ.ศ.๒๔๙๑ - ๒๕๒๔
                        ๘. นายประเสริฐ  มะหะหมัด    ระหว่าง พ.ศ.๒๕๒๔ - ๒๕๔๐
                        ๙. นายสวาสดิ์  สุมาลยศักดิ์    ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๐
                    นายประเสริฐ มะหะหมัด  ได้รับการเลือกตั้งจากประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด จำนวน ๒๔ จังหวัด เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๔ และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๔
                    ในทางปฎิบัติของทางราชการ เกี่ยวกับสำนักจุฬาราชมนตรี ยังไม่มีกฎหมายฉบับใดรับรองสถานภาพ และระบุให้จัดตั้งขึ้น ดังนั้น เมื่อจุฬาราชมนตรีอยู่ที่ใด ก็จะใช้สถานที่นั้นเป็นสำนักงาน
            งานด้านการปกครอง  บรรดาอิสลามมิกชนทั้งหลายจะต้องเป็นสัปบุรุษของมัสยิดใดมัสยิดหนึ่ง ซึ่งในปี พ.ศ.๒๕๒๕  มีอยู่กว่า ๒,๐๐๐ มัสยิด แต่ละมัสยิดจะมีคณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วย อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น และคณะกรรมการอีก ๑๒ คน  รวมทั้งคณะมี ๑๕ คน เรียกว่า คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด  คณะกรรมการสามตำแหน่งแรกคือ อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น เป็นตำแหน่งถาวร ไม่มีวาระ ส่วนที่เหลืออีก ๑๒ ตำแหน่ง เป็นตำแหน่งหมุนเวียนตามวาระ ๆ ละสี่ปี หน้าที่ของตำแหน่งถาวรคือ
                    อิหม่าม  ทำหน้าที่ประธานการปฎิบัติศาสนกิจ และการบริหารการปกครอง
                    คอเต็บ  ทำหน้าที่รองอิหม่าม และอบรมสัปบุรุษ
                    บิหลั่น ทำหน้าที่ประกาศพิธีทางศาสนา และเผยแพร่ข่าวสารของมัสยิด
                    กรรมการ ฯ  ให้มีการเลือกกันเองเป็นตำแหน่งต่าง ๆ ตามความจำเป็น
                    การบริหารของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด  ซึ่ง ณ ปี พ.ศ.๒๕๒๕ มีอยู่จำนวน ๒๖ จังหวัด มีหน้าที่ควบคุมการบริหารมัสยิดต่าง ๆ ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และชี้ขาดข้อพิพาทของกรรมการประจำมัสยิด รวมทั้งมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอน กรรมการประจำมัสยิด
                    คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ขึ้นกับคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งมีจุฬาราชมนตรี เป็นประธานกรรมการ โดยตำแหน่ง
                    คณะกรรมการอิสลาม ฯ มีหน้าที่พิจารณาชี้ขาดกรณีย์ต่าง ๆ ที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเสนอมา และทำหน้าที่กรรมการอิสลามจังหวัด ในกรณีที่ยังไม่มีคณะกรรมการอิสลามจังหวัดนั้น ๆ การบริหารงานของคณะกรรมการกลาง ฯ สัมพันธ์กับกระทรวงมหาดไทย ในส่วนของกรมการปกครอง และกระทรวงศึกษาธิการ ในส่วนของกรมการศาสนา ซึ่งจะกระจายงานลงไปยังคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด
                จังหวัดที่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในปี พ.ศ.๒๕๒๕  มี ๒๖ จังหวัด ด้วยกันคือ  กรุงเทพ ฯ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นนทบุรี ปทุมธานี นครนายก อยุธยา อ่างทอง เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ ระนอง สุราษฎรธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส
                ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๙ ได้เพิ่มขึ้นเป็น ๓๖ จังหวัด จังหวัดที่เพิ่มคือ กาญจนบุรี ขอนแก่น ชุมพร เชียงราย ตาก ระยอง ลพบุรี สระบุรี ราชบุรี นครสวรรค์
    มัสยิดในประเทศไทย
                มัสยิดใน กทม. ๑๘๔ แห่ง
                    เขต ๑  พระนคร สาทร บางคอแหลม ยานนาวา ป้อมปราบ ฯ  พญาไท ปทุมวัน ราชเทวี ดุสิต (๒๔ แห่ง)
                    เขต ๒  พระโขนง คลองเตย ประเวศ สวนหลวง วัฒนา (๒๘ แห่ง)
                    เขต ๓  บางกะปิ บึงกุ่ม ลาดพร้าว ห้วยขวาง ดินแดง จตุจักร สะพานสูง คันนายาว วังทองหลาง (๒๓ แห่ง)
                    เขต ๔  มีนบุรี คลองสามวา ลาดกระบัง (๒๘ แห่ง)
                    เขต ๕  หนองจอก (๔๔ แห่ง)
                    เขต ๖  ตลิ่งชัน บางขุนเทียน หนองแขม (๒๓ แห่ง)
                    ไม่ได้จดทะเบียน ๗ แห่ง รวม ๑๘๔ แห่ง
                มัสยิดในภาคกลาง (๑๖๖)
                    กาญจนบุรี (๓)  อ.เมือง  อ.ท่าม่วง  อ.สังขละบุรี
                    ชัยนาท (๑)  อ.เมือง
                    นครสวรรค์ (๑)  อ.เมือง
                    นครนายก (๒๕)  อ.เมือง ๒  อ.บ้านนา ๑  อ.องครักษ์ ๒๒
                    นนทบุรี (๑๙)  อ.เมือง ๔  อ.ไทรน้อย ๒  อ.บางบัวทอง ๑๑  อ.ปากเกร็ด ๒
                    ปทุมธานี (๒๕)  อ.เมือง ๓  อ.คลองหลวง ๓  อ.ธัญบุรี ๑  อ.ลาดหลุมแก้ว ๖  อ.ลำลูกกา ๘  อ.สามโคก ๒  อ.หนองเสือ ๒
                    อยุธยา (๕๕)  อ.เมือง ๒๐  อ.บางบาล ๓  อ.บางปะอิน ๗  อ.ผักไห่ ๑  อ.วังน้อย ๓  อ.เสนา ๓  อ.ท่าเรือ ๑  อ.ลาดบัวหลวง ๑๗
                    เพชรบุรี (๑๓)  อ.เมือง ๒  อ.ชะอำ ๓  อ.ท่ายาว ๑  อ.บ้านแหลม ๗
                    ราชบุรี (๒)  อ.เมือง  อ.บ้านโป่ง
                    ลพบุรี (๓)  อ.เมือง ๑  อ.ชัยบาดาล ๒
                    สมุทรปราการ (๑๐)  อ.เมือง ๓  อ.บางบ่อ ๒  อ.บางพลี ๔  อ.พระประแดง ๑
                    สมุทรสงคราม (๑)  อ.อัมพวา
                    สระบุรี (๓)  อ.เมือง  อ.วิหารแดง  อ.หนองแค
                    สิงห์บุรี (๑)  อ.เมือง
                    สุพรรณบุรี (๑)  อ.เมือง
                    อ่างทอง (๓)  อ.เมือง ๑  อ.ไชโย ๒
                มัสยิดในภาคตะวันออก (๑๐๓)
                    จันทบุรี (๑)  อ.เมือง
                    ฉะเชิงเทรา (๖๐)  อ.เมือง ๑๑  อ.บางน้ำเปรี้ยว ๔๓ (ชื่ออิสลาม ๑๙)  อ.บางปะกง ๑  อ.บ้านโพธิ์ ๔ (ชื่ออิสลาม ๒)  อ.แปลง ยาว ๑
                    ชลบุรี (๒๔)  อ.เมือง ๑  อ.บ่อทอง ๓  อ.บางละมุง ๗  อ.พนัสนิคม ๑๐  อ.ศรีราชา ๓
                    ตราด (๘)  อ.เมือง ๒  อ.เขามสมิง ๒  อ.แหลมงอบ ๔
                    ปราจีนบุรี (๒)  อ.กบินทร์บุรี  อ.ศรีมหาโพธิ
                    ระยอง (๘)  อ.เมือง ๖  อ.บ้านค่าย ๑  อ.วังจันทร์ ๑  (ชื่ออิสลาม ๑)
                มัสยิดในภาคอีสาน (๒๙)
                    กาฬสินธุ์ (๒)  อ.เมือง  อ.สมเด็จ  (ไม่ได้จดทะเบียน)
                    ขอนแก่น (๖)  อ.เมือง ๓  อ.ชุมแพ ๑  อ.กระนวน ๑  อ.บ้านไผ่ ๑
                    ชัยภูมิ (๒)  อ.เมือง  อ.จตุรัส
                    นครราชสีมา (๔)  อ.เมือง ๑  อ.สีคิ้ว ๑  อ.ปากช่อง ๒
                    บุรีรัมย์ (๒)  อ.เมือง  อ.กระสัง
                    มหาสารคาม (๑)  อ.เชียงยืน
                    ยโสธร (๑)  อ.เมือง
                    ร้อยเอ็ด (๑)  อ.เสลภูมิ
                    ศรีสะเกษ (๒)  อ.เมือง  อ.วังหิน
                    สกลนคร (๑)  อ.เมือง
                    สุรินทร์ (๑)  อ.ศีขรภูมิ
                    หนองคาย (๒)  อ.เมือง  อ.โพนพิสัย
                    หนองบัวลำภู (๑)   อ.เมือง
                    อุดร (๒)  อ.เมือง  อ.กุมภวาปี
                    อุบล (๑)  อ.เมือง
            มัสยิดในภาคเหนือ (๒๗)
                    เชียงราย (๔)  อ.เมือง ๒  อ.แม่สาย ๑  อ.แม่ฟ้าหลวง ๑
                    เชียงใหม่ (๑๑)  อ.เมือง ๔  อ.ดอยสะเก็ด ๑  อ.สารภี ื๑  อ.ฝาง ๓  อ.แม่อาย ๑  อ.สันกำแพง ๑
                    ตาก (๔)  อ.เมือง ๑  อ.แม่สอด ๓
                    พิจิตร (๑)  อ.เมือง
                    พิษณุโลก (๑)  อ.เมือง
                    เพชรบูรณ์ (๒)  อ.เมือง ๑  อ.บึงสามพัน ๑
                    แพร่ (๑) อ.เด่นชัย ๑
                    แม่ฮ่องสอน (๒) อ.ปาย ๑  อ.แม่สะเรียง ๑
                    ลำปาง (๑) อ.เมือง ๑
                ภาคใต้ (๕๙๔)
                    กระบี่ (๑๔๗)  อ.เมือง ๔๓  อ.เหนือคลอง ๒๙  อ.เกาะลันตา ๓๐  อ.คลองท่อม ๒๔  อ.อ่าวลึก ๒๑
                    ชุมพร (๕)  อ.เมือง ๑  อ.ท่าแซะ ๓  อ.ปะทิว ๑
                    ตรัง (๙๕)  อ.เมือง ๔ อ.กันตัง ๒๙ อ.ปะเหลียน ๔๓ อ.ย่านตาขาว ๑๑ อ.สิเกา ๘
                    นคร ฯ (๙๗)  อ.เมือง ๔๐ อ.ชะอวด ๒ อ.ท่าศาลา ๓๐ อ.ทุ่งใหญ่ ๑ อ.บางชัน ๓  อ.ปากพนัง ๓  อ.พรหมคีรี ๑  อ.ร่อนพิบูลย์ ๕  อ.หัวไทร ๗  อ.สิชล ๕
                    ประจวบ ฯ (๙)  อ.เมือง ๕  อ.บางสะพาน ๑  อ.บางสะพานน้อย ๑  อ.ทับสะแก ๑  อ.สามร้อยยอด ๑
                    พังงา (๗๘)  อ.เมือง ๑๑  อ.เกาะยาว ๑๕  อ.กุระบุรี ๘  อ.ตะกั่วทุ่ง ๒๔  อ.ตะกั่วป่า ๔  อ.บ้านปุด ๑๑  อ.ท้ายเหมือง (๕)
                    พัทลุง (๗๑)  อ.เมือง ๒  อ.เขาชัยสน ๗  อ.กงหรา ๒๓  อ.บางแก้ว ๖  อ.ตะโหมด ๑๔  อ.ปากพะยูน ๑๖  อ.ป่าบอน ๓
                    ภูเก็ต (๓๖)  อ.เมือง ๑๓  อ.กระทู้ ๕  อ.ถลาง ๑๘
                    ระนอง (๑๙)  อ.เมือง ๘  อ.กะเปอร์ ๕  อ.สุขสำราญ ๖
                    สุราษฎร์ ฯ (๓๒)  อ.เมือง ๒  อ.กาญจนดิษฐ ๕  อ.เกาะพงัน ๑  อ.พุนพิน ๑  อ.ไชยา ๑๑  อ.ท่าแซะ ๑๒
                ภาคใต้ตอนล่าง
                    นราธิวาส (๕๔๔)  อ.เมือง ๕๘  อ.ยี่งอ ๔๒  อ.บาเจาะ ๔๑  อ.รือเสาะ ๗๐  อ.ศรีสาคร ๓๖  อ.ระแงะ ๖๘  อ.จะแนะ ๓๒  อ.สุไหงปาดี ๔๑  อ.ตากใบ ๓๕  อ.สุไหงโกลก ๒๗  อ.แว้ง ๔๔  อ.สุคิริน ๒๑  อ.เจาะไอร้อง ๒๙
                    ปัตตานี (๕๘๓)  อ.เมือง ๕๗ อ.ยะรัง ๙๐ อ.หนองจิก ๖๗ อ.โคกโพธิ์ ๕๐ อ.ยะหริ่ง ๘๑ อ.ปานาแระ ๓๓ อ.บายอ ๖๐ อ.สายบุรี ๖๖ อ.ไม้แก่น ๑๗ อ.กะพ้อ ๒๓ อ.แม่ลาน ๑๓ อ.ทุ่งยาวแดง ๒๖
                    ยะลา (๓๕๑)  อ.เมือง ๙๖  อ.กรงปีนัง ๒๘  อ.กาบัง ๑๕  อ.ธารโต ๑๒  อ.บันนังสตา ๓๘  อ.เบตง ๑๘  อ.ยะหา ๔๖  อ.รามัน ๙๘
                    สงขลา (๒๘๔)  อ.เมือง ๑๔  อ.ควนเมือง ๖  อ.จะนะ ๖๐  อ.เทพา ๕๙   อ.นาทวี ๑๙  อ.ระโนด ๑  อ.รัตภูมิ ๘  อ.สทิงพระ ๕  อ.สะเดา ๓๓  อ.สะบ้าย้อย ๑๗ อ.สิงหนคร ๑๕  อ.หาดใหญ่ ๓๔  อ.คลองหอยโข่ง ๑  อ.บางกล่ำ ๑๒
                    สตูล (๑๖๖)  อ.เมือง ๔๘ อ.ท่าแพ ๒๒ อ.ควนกาหลง ๑๖ อ.ควนโดน ๒๒ อ.ทุ่งหว้า ๑๔ อ.ละงู ๔๐ อ.มะนัง ๔