| ย้อนกลับ | หน้าต่อไป |

พระอุรุเวลกัสสปเถระ

            พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า พระอุรุเวลกัสสปเถระเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายข้างมีบริวารมาก พระอุรุเวลกัสสปเถระมีบริวารมากเสมอเป็นนิตย มีพระสมณพันหนึ่งกับด้วยน้องชายของท่านอีกสององค์ เป็นบริวารแวดล้อมอยู่เป็นนิตย์ นามชื่อว่า กัสสป นั้นเนื่องจากท่านเกิดในกัสสปโคตร และนามว่า อุรุเวล นั้น เพราะเหตุว่าท่านได้บรรพชาในอุรุเวลประเทศ
            จับเดิมตั้งแต่มุลปณิธิ แกปรารถนาสาวกโพธิญาณตราบเท่าได้สำเร็จพระอรหัต ตั้งอยู่ในอสีติมหาสาวก ดำรงอยู่ในเอตทัคคฐานที่อันเลิศกว่า ภิกษุทั้งหลาย ฝ่ายข้างบริวารมาก และเข้าสู่อมตนิพพานเป็นที่สุด
            ในกาลเมื่อศาสนาแห่งพระปทุมุตรพุทธเจ้า พระอุรุเวลกัสสปท่านได้มาปฎิสนธิในเรือนแห่งตระกูลในหงสาวดี ครั้นเจริญวัย และได้สดับพระสัทธรรมเทศนา แห่งพระผู้มีพระภาค ได้เห็นพระผู้มีพระภาคทรงตั้งพระภิกษุรูปหนึ่งไว้ในอัครฐาน ที่อันเลิศกว่าภิกษุบรรดามีบริวารมาก จึงมาดำริว่า แม้ตัวเรานี้สืบไปในอนาคต ก็ควรเพื่อจะได้เป็นปานดังภิกษุนี้บ้าง คิดแล้วจึงถวายทานแก่ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานสิ้นกาลเจ็ดวัน แล้วยังพระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ ให้นุ่งห่มด้วยไตรจีวรแล้ว ก็ปรารถนาในที่อัครฐารที่อันเลิศกว่าภิกษุทั้งปวง ฝ่ายข้างพระผู้มีพระภาคทรงเห็นว่าความปรารถนานั้น จะสำเร็จหาอันตรายมิได้ จึงทรงพยากรณ์ว่า ท่านจะได้เห็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายข้างมีบริวารมาก ในพระศาสนาแห่งพระโคดมพุทธเจ้าในอนาคตกาล ตรัสพยากรณ์แล้วก็เสด็จหลีกไป
            ฝ่ายกุลบุตรนั้น ครั้นกระทำการกุศลตราบจนสิ้นชนม์ชีพแล้ว และได้เวียนว่ายอยู่ในเทวคติ และมนุษยคติสิ้นกาลช้านาน และมาในที่สุดแห่งเก้าสิบสองกัปนั้น ก็ได้มาบังเกิดเป็นพระกนิษฐอนุชาน้องชายต่างมารดาแห่งพระปุสสพุทธเจ้า พระราชบิดาทรงพระนามว่า พระเจ้ามหินทรราช พระกนิษฐาน้องชายพระราชบุตรมีอีกสององค์ พระราชบุตรทั้งสามองค์พี่น้องต่างองค์ก็ได้ที่ฐานันดรศักดิ์ต่าง ๆ กัน
            พระราชบุตรทั้งสาม เมื่อได้รับพระราชทานพรจากพระราชบิดาในกาลเมื่อยกไประงับปัจจันตชนบทดุจนัยที่กล่าวมาแล้ว ในรัฎฐปาลสูตร ก็รับพระพรว่า จะปฎิกบัติพระพุทธเจ้าให้ถ้วนสามเดือน เมื่อออกพระวัสสาแล้วจึงกระทำการบูชาพระภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานด้วยสรรพเครื่องสักการบูชา กับทั้งจตุปัจจัยทั้งสี่ประการ แล้วก็ได้อุตสาห์บำเพ็ญกุศลตราบเท่ากำหนดชนมายุสังขารแล้วได้ไปบังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ก่อนแต่กาลอันบังเกิดของพระพุทธเจ้าแห่งเรานี้ ชนทั้งสามนั้นก็ได้นามว่า กัสสปตามโคตรแห่งตน เมื่อเจริญวัยก็ได้เล่าเรียนคัมภีร์ไตรเพททั้งสามประการ พี่ชายใหญ่มีมานพ ๕๐๐ เป็นบริวาร น้องชายคนกลาง มีมานพเป็นบริวาร ๓๐๐ น้องชายผู้น้อยมีมานพเป็นบริวาร ๒๐๐ ชนทั้งสามเมื่อมาพิจารณาดูแก่นสาระในคัมภีร์ไตรเพทของตน ก็เห็นแต่แก่นสาร ซึ่งประกอบด้วย ประโยชน์คุณในโลกปัจจุบัน หาได้เห็นแก่นสารซึ่งประกอบด้วยประโยชน์คุณในสัมปรายภพภายหน้าไม่
            ลำดับนั้น พี่ชายผู้ใหญ่ก็ไปยังอุรุเวลประเทศ พร้อมด้วยบริวาร บรรพชาเป็นดาบส บังเกิดนามว่า อุรุเวลกัสสป ฝ่ายน้องชายคนกลาง ก็ไปบรรพชาเป็นดาบสอยู่แทบฝั่งคงคา เนรัญชรานที พร้อมบริวารบังเกิดนามว่า นทีกัสสป น้องชายผู้น้อยก็พาบริวารไปบรรพชาเป็นดาบสอยู่ในคยาสีสประเทศ อันมีสันฐานดุจศีรษะแห่งช้าง บังเกิดนามว่า คยากัสสป
            ปัญหากรรมของนทีกัสสปะ แรกเริ่มสร้างบารมีปรารถนาสาวกโพธิญาณ ได้บำเพ็ญทานในสำนักแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายแต่ในกาลก่อน เมื่อสันนิจยาการก่อสร้างกุศลสมภารบารมี ที่เป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพทั้งหลายนั้น ๆ ครั้นมาในกาลศาสนาแห่งพระปทุมุตตรพุทธเจ้า นทีกัสสปได้บังเกิดในเรือนแห่งตระกูล อันสมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สมบัติมาก ครั้นเจริญวัยจำความได้แล้ว ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเที่ยวทรงบิณฑบาตอยู่ก็มีจิตเลื่อมใส จึงถวายผลมะม่วงผลหนึ่งมีสีดังหรดาลทอง เป็นผลแรกบังเกิดใหม่ กุลบุตรนั้นเมื่อท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลกด้วยผลแห่งอัมพทานนั้นสิ้นกาลช้านาน ครั้นมาในพระศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรานี้ ก็ได้มาบังเกิดในตระกูลพราหมณ์ในมคธราษฐ เป็นน้องชายกลาางของอุรุเวลกัสสป ครั้นเจริญวัยแล้ว ก็มิได้ปรารถนาการฆราวาส เหตุมีอัชฌาสัยเพื่อจะยกตนออกจากภพ จึงออกบรรพชาเป็นดาบสพร้อมบริวาร ๓๐๐ สร้างบรรณศาลาอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรานที มีนามว่า นทีกัสสป เหตุอยู่ใกล้ฝั่งนที
            ปัญหากรรมของคยากัสสป น้องชายผู้น้อยอันได้บำเพ็ญบารมีมาทีแรกปรารถนาสาวกภูมิในสำนักพระพุทธเจ้าทั้งหลายในกาลก่อนแล้ว ครั้นมาในกาลเมื่อครั้งพระพุทธศาสนาแห่งพระสีขีพุทธเจ้า ได้มาอุบัติใน ๓๑ กัป นับถอยหลังแห่งภัททกัปนี้ คยากัสสปได้มาบังเกิดในเรือนแห่งตระกูลอันบริบูรณ์ด้วยสมบัติ ครั้นเจริญวัยแล้วก็สละการฆราวาส ยังตนให้ประพฤติเป็นไปด้วยรากไม้และผลไม้ในราวป่า ในกาลครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสด็จไปในที่ใกล้อาศรมของดาบสนั้น ฝ่ายดาบสเมื่อเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าก็มีจิตเลื่อมใส เข้าไปถวายนมัสการแล้วถวายผลลูกกระเบาที่มีรสอันอร่อย ด้วยบุญกรรมกองกุศลแห่งผลทานนั้นอำนวยผล ดาบสนั้นเมื่อเวียนวนอยู่ในเทวสถานและมนุสสคติสิ้นกาลช้านานแล้ว ครั้นมาในพระพุทธศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าของเรานี้ ก็ได้มาบังเกิดในตระกูลหนึ่งในแคว้นมคธราษฐ์ เป็นน้องชายผู้น้อยแห่งอุรุเวลกัสสป ครั้นเจริญวัยก็สละการฆราวาสเหตุว่ามีอัชฌาสัยเพื่อจะใคร่รื้อตนออกจากภพ จึงออกบรรพชาเป็นดาบสอยู่ใกล้ฝั่งคงคากับบริวาร ๒๐๐ คน เพราะเหตุอยู่ใกล้ฝั่งคงคาในคยาสัสประเทศ และเหตุที่เกิดในกัสสปโคตร จึงบังเกิดนามว่า คยากัสสป
            เมื่อกัสสปสามพี่น้อง ออกพบรรพชาเป็นดาบสแล้ว และอยู่ในที่นั้นเวลาล่วงไปเป็นอันมาก พระบรมโพธิสัตว์แห่งเราจึงเสด็จออกสู่มหาภิเนษกรมณ์ กระทำทุกกรกิริยามหาปธานวิริยภาพอันยิ่งใหญ่ล่วงไปได้หกพระวัสสา ได้สำเร็จพระปรมาภิเษกสมโพธิญาณแล้ว เสด็จไปโปรดประทาน พระธรรมเทศนาธรรมจักกัปปวัตตนสูตร โปรดปัญจวัคคียในราวป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ยังพระปัญจวัคคียทั้งห้าให้ดำรงอยู่ในพระอรหัตแล้ว พระองค์ก็ทรงแนะนำชนอันเป็นสหายกัน ๕๕ คน มียสกุมารเป็นประธาน แล้วพระองค์ก็ส่งพระอรหันต์ทั้ง ๖๐ องค์นั้นให้เที่ยวไปโปรดเวไนยสรรพสัตว์ทั้งปวง จึงมีพระพุทธฎีการตรัสว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย ท่านทั้งปวงจงเที่ยวจาริกไป เพื่อจะให้เป็นประโยชนแก่ชนเป็นอันมาก แล้วพระองค์ก็ทรงแนะนำกุมาร ๓๐ องค์ให้ดำรงอยู่ในมรรคและผล
            พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเห็นอุปนิสัยอุรุเวลกัสสปดาบส ทรงทราบด้วยพระญาณว่า ในกาลเมื่อตถาคตไปในที่นั้นแล้ว ชฎิลดาบสทั้งสามพี่น้องกับบริวารก็จะบรรลุพระอรหัตตผล พระพุทธองค์จึงเสด็จไปสู่ที่อยู่ของอุรุเวลกัสสป แล้วพระองค์ทรงขอศาลาโรงไฟเพื่อจะเป็นที่เสด็จอยู่สำนัก ทรงทรมานพระยานาคในโรงไฟให้เป็นเดิมแล้ว ก็ทรงแนะนำสั่งสอนอุรุเวลกัสสปดาบสด้วยพระปาฎิหารย์ ๓๕๐๐ ยังอุรุเวลกัสสปดาบสให้บรรพชาในพระศาสนา ส่วนดาบสผู้น้องทั้งสองนั้น ครั้นรู้ว่าพระอุรุเวลกัสสปเถระผู้เป็นพี่ชายได้บรรพชาในพระศาสนาแล้ว ก็พากันมาพร้อมด้วยบริวารบรรพชาในสำนักพระบรมศาสดา และชฎิลทั้งปวงนั้นได้เอหิภิกขุบรรพชาแล้ว ก็ทรงไว้ซึ่งบาตรและจีวรอันแล้วด้วยฤทธิ์
            พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพาภิกษุพันหนึ่งนั้นไปสู่คยาสัสประเทศ ทรงนั่งเหนือแผ่นศิลาแล้วทรงเล็งแลดูว่าพระธรรมเทศนาอันใดจะเป็นที่สบายแก่ภิกษุทั้งปวงนี้ พระองค์ก็ทรงกำหนดในพระทัยว่า ภิกษุทั้งปวงนี้ย่อมกองกูณฑ์พิธีบูชาเพลิงแล้วและบรรพชา กิริยาที่ตถาคตกระทำซึ่งภพทั้งสามให้เป็นเช่นกับเรือนอันเพลิงไหม้ ลุกรุ่งเรืองแล้วและแสดงให้ปรากฎแก่ภิกษุทั้งปวงนี้เถิดจึงจะสมควร ครั้นทรงกำหนดเช่นนี้ แล้วก็ทรงแสดงพระสัทธรรมเทศนาอาทิตตปริยายสูตร โดยนัยเป็นอาทิว่า อายตนภายในหกประการ ภายนอกหกประการ อันเพลิงกล่าวคือ ราคะ โทสะ โมหะ ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ โสก ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส อุปยาส หากเผาผลาญลุกรุ่งเรืองอยู่ จับเดิมแต่ปฎิสนธิมา ครั้นจบพระธรรมเทศนา ภิกษุทั้งปวงหนึ่งพันนันพันหนึ่งนั้น ก็ได้บรรลุพระอรหัต พร้อมด้วยพระปฎิสัมภิทาญาณทั้งสี่ประการ ส่วนพระผู้มีพระภาคเจ้าแวดล้อมด้วยพระอรหันต์พันหนึ่ง จึงเสด็จไปสู่ลัฎฐิวันอุทยาน ในกรุงราชคฤห์เพื่อพุทธประสงค์จะทรงเปลื้องเสียซึ่งปฎิญาณแห่งพระเจ้าพิมพิสาร
            พระเจ้าพิมพิสาร ครั้นทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมาแล้ว พระองค์ก็เสด็จเข้าไปสู่สำนักพระบรมศาสดากับด้วยพราหมณ์และคฤหบดีทั้งปวงประมาณ ๑๒ หมื่น พระผู้มีพระภาคเจ้าทอดพระเนตรดูหมู่บริษัททั้งปวงนั้นทรงเห็นว่า มหาชนทั้งปวงกระทำความเคารพยำเกรงนบนอบแต่พระอุรุเวลกัสสปเถระอยู่ พระองค์จึงทรงพระพุทธดำริว่า บริษัททั้งปวงนี้ยังหารู้ว่าพระตถาคตนี้เป็นใหญ่หรือว่าอุรุเวลกัสสปเป็นใหญ่ ทรงพระพุทธดำริดังนี้แล้วจึงให้สัญญาแก่พระอุรุเวลกัสสปเถระว่า ดูกรกัสสป ท่านจงตัดเสียซึ่งความวิตกแห่งอุปัฎฐากของท่านเถิด
            พระอุรุเวลกัสสปเถระรับพระพุทธฎีกาแล้ว ก็ลุกจากอาสนะถวายนมัสการด้วยเบญจางคประดิษฐ์แล้ว ก็เหาะขึ้นไปยังเวหาสู่ประเทศสูงประมาณชั่วลำตาล แล้วแสดงอิธิวิกุพพนฤทธิ์กระทำให้เป็นไปต่าง ๆ แล้วจึงมีวาจาประกาศว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์เป็นบรมครูแห่งเกล้ากระหม่อมฉัน ๆ เป็นสาวกของพระองค์ พระองค์เป็นพระบรมศาสดาแห่งข้าพระบาท ๆ เป็นสาวกแห่งพระองค์ เมื่อกล่าววาจาเช่นนี้แล้วก็ลงมาจากห้องเวหาถวายอภิวาทพระบาทยุคลพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว เหาะขึ้นไปอีกสูงชั่วสองลำตาล แต่เหาะขึ้นไปด้วยอุบายอย่างนี้ทวีขึ้นไป ๓,๔,๕,๖,๗ ชั่วลำตาลเจ็ดครั้งแล้วกลับลงมาถวายนมัสการพระบาทพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วนั่งอยู่ ณ ที่อันควร บรรดามหาชนทั้งปวงก็หายวิตกสิ้นความสงสัยในพระบรมศาสดาว่า พระบรมศาสดานี้เป็นพระมหาสมณประเสริฐในโลกนี้แล้ว
            ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงแสดงพระสัทธรรมเทศนาแก่มหาชนทั้งปวง ครั้นจบพระสัทธรรมเทศนาแล้ว พระเจ้าพิมพิสารกับพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลายประมาณสิบหมื่น ก็ได้ดำรงอยู่ในพระโสดาปัตติผล เป็นพระอริยบุคคลอันพิเศษในพระพุทธศาสนา ยังชนบริษัทหนึ่งหมื่นนั้นให้ดำรงอยู่ในพระตรัยสรณาคมน์ปฎิญาณตนว่า เป็นอุบาสกเข้าไปใกล้เสพซึ่งพระรัตนตรัย ฝ่ายภิกษุทั้งหลายประมาณพันหนึ่งซึ่งเป็นบริวารพระอุรุเวลกัสสปเถระ ก็พากันเป็นบริวารแวดล้อมพระอุรุเวลกัสสปเถระ ส้ำภิกษุทั้งหลายนั้นเป็นพระอรหันต์แต่ละองค์ ๆ ย่อมมีศิษย์องค์หนึ่ง ๆ เป็นสองพัน กับทั้งอาจารย์ลูกศิษย์พันองค์นั้น แต่ละองค์มีลูกศิษย์อีกองค์หนึ่ง รวมเป็นสามพันด้วยกัน
            ในสมัยต่อมา พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระเชตวัน พระองค์จึงทรงตั้งพระอุรุเวลกัสสปเถระไว้ในอัครฐานที่อันเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายข้างมีบริวารมาก ฝ่ายว่าพระมหาเถระสามองค์พี่น้อง เมื่อดำรงชนมายุสังขารอยู่ถ้วนกาลกำหนดแล้ว ก็ดับขันธปรินิพพาน ปัจจัยคือ ตัณหา และอุปาทานซึ่งจะเป็นเชื้อเพลิงอยู่นั้นหามิได้ มีอุปมาดุจเปลวประทีปอันสิ้นใส้และน้ำมันแล้วดับไป ฉะนั้น

| ย้อนกลับ | บน | หน้าต่อไป |