| | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | |
พระผุ้มีพระภาคเจ้าทรงยกย่องพระโสภิตเถระไว้ในอัครฐานอันเลิศฝ่ายข้างระลึก
ซึ่งบุพเพนิวาสระลึกชาติในหนหลังที่ตนเคยบังเกิดขึ้น
พระโสภิตเถระนั้น เมื่อท่านระลึกตามบุพเพนิวาสขันธ์สันดานอันเคยอยู่ในกาลควรโดยลำดับ
ๆ ระลึกตามลงไป ๆ ก็เห็นซึ่งอจิตตกปฏิสนธิกำเนิด ที่ท่านเคยไปบังเกิดในอสญญีภพสิ้นประมาณ
๕๐๐ กัป ปรากฎดุจดังว่า บุคคลนั้นอันแสดงซึ่งรอยเท้าในอากาศฉะนั้น ท่านจึงได้ปรากฎนามว่า
เป็นผู้เลิศกว่า
ภิกษุทั้งหลาย ฝ่ายข้างระลึกซึ่งบุพเพนิวาส
ลำดับบุพพกถาความเรื่องต้น อันตั้งแรกแต่ท่านริเริ่มบำเพ็ญอภินิหารปรารถนาสาวกภูมิมาตราบเท่าจนได้สำเร็จสาวกบารมีญาณ
ประดิษฐานอยู่ที่เอกทัคคแล้วเข้าสู่พระปรินิพพาน
ดังได้สดับมา ในกาลเมื่อศาสนาแห่งพระปทุมุตตรพุทธเจ้า พระโสภิตเถระได้ปฏิสนธิในเรือนแห่งตระกูลในนครหงสวดี
ครั้นเจริญวัย และได้สดับพระสัทธรรมเทศนา แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ได้เห็นพระบรมศาสดา
ทรงแต่งตั้งพระภิกษุองค์หนึ่ง ไว้ในอัครฐานที่อันเลิศฝ่ายข้างระลึก ซึ่งบุพเพนิวาส
ก็อุตสาห์กระทำอธิการกรรมกุศลอันยิ่งใหญ่แล้วก็ปรารถนาที่ฐานันดรอันนั้น ครั้นอุตส่าห์บำเพ็ญการกุศลอยู่ตราบเท่าสิ้นชนมายุแห่งตน
และได้ท่องเที่ยวไปในสวรรค์และมนุษย์สิ้นกาลช้านาน ครั้นมาในพระศาสนาแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแห่งเรานี้
ก็ได้มาเกิดในตระกูลพราหมณ์ในนครสาวัตถี มีนามว่า โสภิตมานพ
ในสมัยต่อมา โสภิตมานพได้สดับพระสัทธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ศรัทธาออกบรรพชาในพระพุทธศาสนา
อุตสาห์กระทำสมณธรรม เจริญพระวิปัสสนากรรมฐานก็ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมจตุพิธปฏิสัมภิทาญาณ
เป็นพระมหาขีณาสพ มีปรกติสั่งสมซึ่งวลีห้าประการ ชำนาญคล่องแคล่วในบุพเพนิวาสญาณ
ระลึกชาติแต่หนหลัง เมื่อท่านระลึกตามที่อันตนได้บังเกิดในก่อนโดยลำดับ ๆ
ลงไปจนถึงอจิตตกปฏิสนธิคือปฏิสนธิเป็นสัตว์หาจิตมิได้ในอสัญญีภพนั้นมีกำหนดเท่าใด
ท่านพิจารณาตามลงไป ๆ ก็ได้เห็นปฏิสนธิมีประมาณเท่านั้น เบื้องหน้าแต่อจิตตกปฏิสนธิลงไป
ในลำดับนั้นท่านก็มิได้เห็นซึ่งการที่ประพฤติเป็นไปสิ้น ๕๐๐ กัป ได้เห็นแต่ความจุติในอวสานที่สุด
จึงพิจารณาว่าเหตุนี้เป็นประการใด ท่านก็เข้าใจด้วยอำนาจแห่งนัยอุบายว่าปฏิสนธิจิตนี้ชะรอยจะมีอยู่ในอสญญีภพเป็นแท้
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงกระทำเหตุอันนี้ให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุ แล้งจงทรงตั้งพระโสภิตเถระไว้ในอัครฐานที่อันเลิศกว่าพระภิกษุทั้งหลาย
ฝ่ายข้างระลึกซึ่งบุพเพนิวาสนั้น
พระโสภิตเถระ ครั้นตั้งอยู่ครบกำหนดชนมายุแล้วก็ดับขันธ์เข้าสู่พระปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ
ดับกรรมชรูปและวิบากขันธ์ตัณหาอุปาทานนั้นเป็นอนุปัตตินิโรธสิ้นภพสิ้นชาติ
ดับสิ้นเชิงหาเศษมิได้